กินปู ดูทะเล เที่ยวป่าชายเลน นอนบ้านโฮมสเตย์เหนือน้ำ เพียง 600 บาท @ บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ

สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่แปลกใหม่ หนีความวุ่นวายของหัวหิน พัทยา หรือเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ เราขอแนะนำการพักผ่อนวิถีชุมชน นอนโฮมสเตย์แบบเรียบง่ายใกล้กรุงที่ บ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ ก่อนอื่นเรามาความรู้จักกับชุมชนแห่งนี้กันสักนิด บ้านขุนสมุทรจีนเป็นชุมชนอันเงียบสงบตั้งอยู่ริมปากอ่าวไทย ที่ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ เป็นแผ่นดินที่ว่ากันว่า “กำลังจะหายไป” เนื่องมาจากปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะ ซึ่งแต่ละปีพื้นแผ่นดินของชุมชนแห่งนี้ จะจมหายกลายในทะเลทีละนิด ดังนั้นใครที่สนใจอยากมาเที่ยวก็อย่ารอช้า รีบมาเที่ยวกันน๊า!

ไฮไลท์ของการมาเที่ยวชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน ก็คือการมานอน “โฮมสเตย์” ในห้องพักเหนือน้ำ ซึ่งทริปนี้เราเลือกพักที่ โฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร หนึ่งในหลายๆ โฮมสเตย์ที่เปิดให้บริการของชุมชนแห่งนี้ เราจองล่วงหน้าประมาณ 2 อาทิตย์ (แนะนำให้จองล่วงหน้า เนื่องจากมีห้องพักจำนวนจำกัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์) ราคาอยู่ที่ 600 บาท/ท่าน ราคานี้รวมค่าที่พัก และอาหารทุกมื้อ (เช้า เที่ยง และเย็น)

การเดินทาง

การเดินทางมาที่นี้นั้นไม่ลำบากแต่อย่างใด! เราใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพฯ มาประมาณ 1.30 ซม. วิวทิวทัศน์ของป่าชายเลนสองข้างนั้นสวยงามน่ามอง การไปยังบ้านขุนสมุทรจีนนั้นเราต้องขับรถมาจอดที่ ท่าเรือป้าลี่ และต้องฝากรถค้างคืนไว้ที่ท่าเรือแห่งนี้ เพราะไม่สามารถรถขับไปได้ (มีค่าฝากรถอยู่ที่ 100 บาท/คืน) จากนั้นต้องนั่งเรือหางยาวต่อไปอีก 15 นาที ค่าโดยสารคนแรกคิด 100 บาท คนต่อไปคิด 10 บาท

บรรยากาศและวิวสองข้างทางมองเพลินดี มีนกน้ำให้ชมตลอดทาง ตื่นตาตื่นใจเล็กๆ (พี่ขับเรือแนะนำว่าช่วงบ่ายน้ำในคลองจะลด ทำให้ไม่สามารถแล่นเรือได้ ดังนั้นใครมาเที่ยวแนะนำมาถึงแต่เช้าๆ ไม่เช่นนั้นจะนั่งเรือไปชุมชนไม่ได้)

ประมาณ 15 นาที เราก็เดินทางถึง บ้านขุนสมุทรจีน เรือจะจอดให้เราตรงท่าเรือแห่งนี้นี้ จากนั้นเราต้องเดินเท้าบนคันนาเข้าไปอีกประมาณ 5-10 นาที เพื่อไปยังโฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร จุดหมายปลายทางของเราในทริปนี้

ใครที่ไม่อยากเดินก็สามารถติดต่อทางโฮมสเตย์ล่วงหน้าเพื่อให้นำเรือมารับ โดยเรือจะเข้ามาส่งถึงหน้าโฮมสเตย์เลย

โฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง! ตัวโฮมสเตย์มีลักษณะเป็นบ้านพักทำจากไม้ มุงหลังคาด้วยใบ จำนวน 4 หลัง สร้างเหนือน้ำ (แต่ไม่ใช่น้ำทะเลนะ เป็นบ่อขุดขนาดใหญ่) มีทางเดินไม้เชื่อมจากบนฝั่งไปยังบ้านทุกหลัง บ้าน 2 หลังข้างหน้ามีขนาดใหญ่ สามารถรองรับแขกได้เป็นหมูคณะ ขณะที่อีก 2 หลัง ข้างหลังมีขนาดเล็กกว่า รองรับแขกได้สูงสุด 4 คน

ซึ่งบ้านที่เราจองมาวันนี้คือหลังเล็กที่อยู่ข้างหลังในรูป มี 2 ห้องนอน บรรยากาศของโฮมสเตย์โดยรวมก็จะเงียบสงบ มีความสโลว์ไลฟ์สูง บริเวณหน้าห้องพักมีชานระเบียงให้นอนเล่น นั่งเล่น ช่วงบ่ายๆ เราก็นอนเอกเขนกรับลมที่พัดมาแผ่วๆ อยู่กันตรงนี้

บ้านหลังของเรามีชื่อว่า บ้านชาวเล สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ ได่แก่ โทรทัศน์ น้ำแข็ง (แนะนำให้ซื้อน้ำมาอัดลม เบียร์ หรืออื่นๆ มาด้วย) น้ำเปล่า กระติกน้ำร้อน และพัดลม 2 ตัว

ภายในห้องนอนพัก มีเตียงฟูก ผ้าห่ม และมุ้งกันยุง (Back to basic สุดๆ ไปเลย) ส่วนห้องน้ำจะเป็นห้องน้ํารวม มีทั้งหมด 4 ห้อง อยู่บนฝั่งเดินไปนิดเดียวก็ถึง

วิวจากชานระเบียง

เรามาถึงเวลาเที่ยงนิดๆ อย่างที่บอก ราคา 600 บาทนั้น รวมอาหารทั้ง 3 มื้อแล้ว (เช้า กลางวัน เย็น) และนี้คือมื้อแรกของเราที่นี้ พี่ๆ ที่โฮมสเตย์ยกมาเสิร์ฟให้ถึงที่ เป็นเมนูอาหารไทยบ้านๆ ไม่ได้มีอะไรหวือหวา แต่รับรองว่าอิ่มท้อง เพราะให้มาหลายเมนูทั้ง ผัดผัก ปลาราดพริก น้ําพริกปลาทูทอด แกงส้มชะอมกุ้ง กุ้งเหยียด และข้าว 1 โถ ขนาดเรามากันผู้ชาย 3 คน ยังทานกันไม่หมด คือคุ้มจริงๆ!

สำรวจบ้านขุนสมุทรจีน จ.สมุทรปราการ

ทานอิ่มแล้วก็ได้เวลาสำรวจบ้านขุนสมุทรจีนสักที คำแนะนำคือให้เตรียมหมวกหรือร่ม และโบกกันแดดหนักๆ เพราะอากาศนั้นร้อนระอุ (อาจจะเพราะอยู่ติดทะเล) เดินออกมาจากโฮมสเตย์เราก็พบป้ายต้อนรับ ที่บอกให้รู้ว่า “คุณมาถึงบ้านขุนสมุทรจีนแล้วนะ รออะไร … ถ่ายรูปสิ!”

อีกหนึ่งมุมมหาชนก็คือหลักกิโลขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางบ่อน้ำ บอกให้รู้ว่าอ่าวไทยอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง

ติดกันก็คือศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย แนะนำให้แวะสักการะนะครับ ชาวบ้านเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะถ้าขอเรื่องการเรียน หรือ เรื่องเกี่ยวกับเด็ก

จากนั้นเราก็เดินตามคันนา มุ่งหน้าไปยัง วัดขุนสมุทรจีน (มีป้ายบอกทางตลอดเส้นทางเดิน) วิวสองทางข้างก็จะป่าชายเลน มีต้นโกงกางขึ้นแน่นหนา บ่งบอกว่าที่นี้อุดมสมบูรณ์มาก จึงไม่แปลกที่จะพบเห็นนกน้ำ และปลาตีนเจ้าถิ่นของที่นี้ได้ไม่ยาก

เดินมาสักพักก็จะพบทางเดินอันสวยงามนำเราไปยังวัดขุนสมุทรจีน

วัดขุนสมุทรจีน ตอนนี้ได้กลายเป็นวัดกลางทะเลเรียบร้อบแล้ว เนื่องจากน้ําที่กัดเซาะแผ่นดินรอบๆ พื้นที่วัด จนพื้นที่ของวัดกลายเป็นเกาะกลางน้ำทะเล (ก่อนที่แผ่นดินจะถูกกัดเซาะเยอะขนาดนี้ วัดแห่งนี้เดิมตั้งอยู่ท้ายชุมชน แต่ตอนนี้ตั้งอยู่หน้าสุดปากอ่าวไทย)

บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ มีต้นไม้ร่มรื่น และนี้คือรองร่อยของน้ำท่วม ทำให้โบสถ์จมอยู่ใต้น้ำช่วงน้ำหลาก แม้จะมีการสร้างโบสถ์ใหม่ที่ยกสูงขึ้น โบสถ์เก่าแห่งนี้ก็ยังสามารถเข้าไปได้และยังใช้ประกอบกิจสงฆ์อยู่

บรรยากาศภายในโบสถ์

เดินออกมาหน้าสุดของวัด ซึ่งหันหน้าสู่อ่าวไทย ก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เราให้เราสักการะเพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย

หากสังเกตดูจะเห็นว่ายังมีเสาไฟฟ้าอยู่กลางทะเลอยู่เลย

เรากลับมาถึงโฮมสเตย์ช่วงเย็น อาบน้ำอาบท่าให้สดชื่น อาหารมื้อเย็นก็มาเสิร์ฟ มื้อนี้เน้นซี้ฟู้ดเป็นหลัก น่าทานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หอยแมลงภู่นึ่ง ปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง กุ้งชุบแป้งทอดทานกับน้ําจิ้มบ๊วย และต้มยำกุ้ง

ตื่นเช้ามาทานข้าวต้มกุ้งหม้อใหญ่ๆ เราก็มาเดินเล่นเสพบรรยากาศชิลล์ๆ ของที่อีกนิดหน่อย บรรยากาศเงียบสงบ มีกลิ่นอายความเป็นชนบทญี่ปุ่นเบาๆ

พอประมาณ 9 โมงเช้า เราก็โบกมื้อลาโฮมสเตย์ผู้ใหญ่สมร เข่งสมุทร และบ้านขุนสมุทรจีนแห่งนี้อย่างอิ่มเอมใจ ใครมองหาที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ในรูปแบบนี้วิถีชุมชน ลองมาตามรอยพวกเราดูนะครับ

 

 

Please follow and like us:
error
Share

Leave a Reply

Shares