ชิมอาหารโมเดิร์นอิตาเลียนที่แตกต่าง @ เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ (Medici Kitchen & Bar)

รสชาติ
บรรยากาศ
การบริการ
แนะนำ

เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ (Medici Kitchen & Bar) คือชื่อของห้องอาหารที่คุณไม่ควรพลาด หากคุณคือคนที่ชื่นชอบในอาหารอิตาเลียนหรือกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนคุณภาพที่แตกต่าง การันตีด้วยรางวัล “ห้องอาหารอิตาเลี่ยนที่ดีที่สุด” ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน โดยไทยแลนด์ แทตเลอร์ (Thailand Tatler) และด้วยทำเลใจกลางกรุงเทพฯ ภายใน โฮเทล มิวส์ แบงค็อก โดย เอ็มแกเลอรี่ โรงแรมหรูระดับห้าดาว จึงมั่นใจได้เลยว่านอกเหนือจากรสชาติที่เป็นเลิศ คุณยังจะได้รับประสบการณ์ระดับ 5 ดาว ที่หาที่ไหนเทียบได้ยาก

  พิเศษจองวันนี้ผ่าน https://bit.ly/2H9iych รับส่วนลด 20% *ไม่รวมเครื่องดื่ม ในเวลา 18.00 – 18.30 *จำกัดเพียง 10 ท่าน/วัน

Introducing Chef Bart

ในปีนี้ เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ ได้สานต่อความสำเร็จที่มีมายาวนาน ด้วยการปรับเปลี่ยนสไตล์อาหารจากความเป็นอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม ให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ในทุกด้าน โดยการปรับเปลี่ยนนี้อยู่ภายใต้แนวคิดของ เอ็กเซกคิวทีฟเชฟ คนใหม่ของโรงแรม บาร์ธ ซีวินสกี้ โดยเชฟเติบโตมากับตำราอาหารของตระกูลที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นกว่า 150 ปี จึงทำให้เขาเกิดความหลงใหลในการทำอาหาร และได้ก้าวเข้าสู่อาชีพเชฟอย่างเต็มตัว

โดยเชฟบาร์ธ ได้ปรับเปลี่ยน เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ ได้อย่างน่าสนใจ ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบจากประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เช่น อาหารทะเลและสมุนไพรต่างๆ เข้ามาผสมในเมนูอิตาเลียนแบบดั้งเดิม เรียกว่า Modern Italian with Mediterranean Flavor มีการใช้วัตถุดิบออร์แกนนิคและวัตถุดิบท้องถิ่นจากสถานที่ต่างๆ อย่างเช่น “สถานีเกษตรโครงการหลวง” หนึ่งในพาร์ทเนอร์ของโรงแรม ซึ่งวัตถุดิบธรรมดาๆ เหล่านี้เชฟบาร์ธได้นำมารังสรรค์ให้แตกต่างได้อย่างน่าสนใจ และยังช่วยเพิ่มมิติของรสชาติอาหารให้ถูกปากคนไทยได้ง่ายขึ้นอีกด้วย เรื่องพรีเซนต์เทชั่นของอาหารและเครื่องดื่มก็ได้ปรับเปลี่ยนให้มีลูกเล่น สวยงาม ทันสมัย แม้กระทั่งใบเมนูอาหารที่เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

The Best Italian Restaurant In Bangkok

เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 23.00 น.  ทุกวัน การตกแต่งของห้องอาหารแห่งนี้มีเอกลักษณ์ คุณสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่บันไดวนไม้สุดคลาสสิค ที่จะนำคุณลงมายังร้านอาหารที่ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียล จำลองบรรยากาศของห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ ใช้พื้นไม้โอ๊ก ประดับกำแพงด้วยอิฐ เหล็กดัด และถังไวน์ ซึ่งยังมีการเอนเตอร์เทนลูกค้าในแบบต่างๆ เช่น การแสดงดนตรีแจ๊สในทุกคืนวันศุกร์  การแสดงโอเปร่าในค่ำคืนอื่นๆ และยังมีอีเว้นท์พิเศษอื่นๆอีกมากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้รู้สึกถึงความเป็น Dinner & Theatre

Tasting Menu by Chef Bart

เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ ให้บริการอาหารแบบอาลาคาร์ทหลากหลายเมนู ทั้งซีฟู๊ด เนื้อ และพาสต้า ในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน แต่สำหรับใครที่อยากลองทานหลายๆ เมนูดู ทางร้านแนะนำเป็น Tasting Menu ประกอบด้วย 5 คอร์ส ทั้งสตาร์ทเตอร์ ซุป อาหารจานหลัก และของหวาน โดยเมนูเหล่านี้จะปรับเปลี่ยนทุกๆ 2 เดือน ราคาคุ้มค่าอยู่ที่ 2,500++ บาท / ท่าน หรือ 3,000++ บาท /ท่าน ก็จะได้ดื่มไวน์คู่กับอาหารแต่ละเมนูด้วย

Pumpkin Soup ซุบฟักทองที่เสิร์ฟมาในแก้วกาแฟ โรยผงกาแฟ (จนเกือบเข้าใจว่าเป็นกาแฟ) เนื้อซุปเข้มข้นได้รสฟักทอง แอบมีรสกาแฟอ่อนผสมเข้ามาด้วย

Poached Heritage Oyster เมนูเรียกน้ำย่อยหน้าตาสวยงาม เป็นหอยนางรมสด เสิร์ฟพร้อมกับแฮมซาน ดานิเอเล่ (ส่งตรงมาจากแคว้น ฟริอูลิ-เวเนเซีย จูเลีย ประเทศอิตาลี) ไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน จากฟาร์มคุณภาพ ที่หัวหินซึ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และดอกไม้ทานได้สีสันสดใส ท้อปด้วยซอสสูตรพิเศษของเชฟบาร์ธ รสชาติและรสสัมผัสของทุกวัตถุดิบผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

Smoked Haddock Risotto ลืมเมนูรีซอตโตแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะเมนูนี้เป็นผลงานจากความคิดสร้างสรรค์ของเชฟบาร์ธที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการนำเอาเนื้อปลาแฮด-ดัค มาปรุงกับข้าว รีซอตโตเพิ่มรสด้วยซอสครีมสปินิช เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้น แต่ก็มีความเหนียวหนึบอ่อนๆ ของ รีซอตโต แต่พระเอกของจานนี้ต้องยกให้ไข่เป็ดซูวียางมะตูมที่ต้มได้เพอร์เฟค เมื่อใช้มีดตัดลงตรงกลางไข่แดงก็ไหลเยิ้มน่าทาน และยังเพิ่มความมันอร่อยให้กับจานนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Black Cod ปลาหิมะย่างได้หอมกรุ่น เนื้อด้านนอกกรอบ เนื้อข้างในนุ่มแต่ไม่ร่วนซุย ทานกับถั่วลันเตาต้มและโชริโซ (Chorizo) ไส้กรอกหมูที่มีส่วนผสมของพริกแห้งรมควัน วางอยู่ข้างใต้เนื้อปลา ซึ่งจะออกรสเค็มเพื่อมาช่วยเสริมรสชาติของปลาให้อร่อยยิ่งขึ้น

Braised Wagyu Short Rib เนื้อวากิวส่วนซี่โครงตุ๋นนานกว่า 16 ซม. นุ่มจนแทบจะละลายในปาก ทานกับซอสแคพซิคัมที่เค็มนิดๆ และมูสครีมที่มีความเปรี้ยวหน่อยๆ ผลลัพธ์คือรสชาติทุกอย่างบาลานซ์เข้ากับเนื้อวากิวได้เป็นอย่างดี

Limoncello เมนูที่เหมาะสำหรับทานล้างรสชาติของอาหารคาวที่ทานไปทั้งหมด เพื่อเตรียมตัวทานเมนูของหวานจานต่อไป ด้วยรสชาติเปรี้ยวอมหวานของเหล้ามะนาวที่นำมาผสมกับเกร็ดน้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ เมนูนี้จะช่วยเรียกความสดชื่นและความกระปรี้กระเปร่าให้คุณได้เต็มแม็กซ์

Chocolate ปิดท้าย Tasting Menu อย่างสมบูรณ์ด้วยดาร์คช็อคโกแลต โอศครีมช็อคโกแลต และบราวนี่

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารอิตาเลียนที่แตกต่าง เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพและหลากหลาย ทุกเมนูผ่านกระบวนการคิดอย่างละเอียด โดยการดึงเอารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละวัตถุดิบออกมาผสมผสานและบาลานซ์กันได้อย่างลงตัว และพรีเซ้นออกมาได้อย่างสวยงามน่าทาน เราแนะนำให้คุณมาลิ้มรสเมนูของเชฟบาร์ธ ที่เมดิชี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์  #HotelMuse  #Medici  #ModernItalian #เชฟหล่อบอกต่อด้วย


ที่ตั้ง:  Medici Kitchen & Bar โฮเทล มิวส์ กรุงเทพ (ชั้นใต้ดิน)
เวลาให้บริการ: 18.00 – 23.00 น. ทุกวัน
สำรองที่นั่ง: https://bit.ly/2H9iych
โทร: 02-630-4000
เว็บไซต์: http://medici-italian-restaurant-bangkok.com และ www.hotelmusebangkok.com
โซเชียลมีเดีย: Facebook, Instagram, Twitter 

Please follow and like us:
error
Share

Leave a Reply

Shares