บุฟเฟ่ต์ ร้านแนะนำ สยาม-สามย่าน

อร่อยจัดเต็มบุฟเฟ่ต์อาหารทะเล Friday Seafood Night @ Amaya Food Gallery

รสชาติ
บรรยากาศ
การบริการ
แนะนำ

หนึ่งในห้องอาหารโรงแรมที่สวยและมีเอกลักษณ์ที่สุดที่ผมได้เคยมีโอกาสไปสัมผัสมา ผมขอยกให้ห้องอาหาร Amaya Food Gallery ของโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ครับ ถามว่าทำไม? ก็น่าจะเป็นการตกแต่งที่นำกลิ่นอาย Asian street food markets หรือตลาดอาหารสไตล์เอเชียนมาจำลองไว้ที่นี้ ประกอบรวมกันเป็น 6 สเตชั่นอาหารหลักๆ คือ สเตชั่นไทย+จีน มาร์เก็ต กริลล์ (สเต็ก), อินเดียน, อมาญา เดลี่, อมาญา ทรีต (ของหวาน), อิตาเลี่ยน และ อมาญา บาร์ โดยแต่ละสเตชั่นก็มีการประดับของตกแต่งที่สะท้อนกลิ่นอายชาตินั้นๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหญ่คือตลาดสไตล์เอเซียน ในโทนสีแดงส้ม สีสันจัดจ้าน และแต่ละสเตชั่นก็จะเป็นโอเพ่น คิทเช่น เน้นการปรุงอาหารแบบสดๆ

Amaya Food Gallery

ห้องอาหารอมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ เป็นห้องอาหารแบบออล์ เดย์ ไดน์นิ่ง ตั้งอยู่ ณ ชั้น 4 ของโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ย่านประตูน้ำ การเดินทางมาที่นั้นสะดวกสบาย ไม่ว่าจะโดยรถยนต์ส่วนตัว (มีที่จอดรถเยอะ) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส (สามารถลงได้ที่สถานีชิดลมและเดินทะลุห้างเกษรวิลเลจเพื่อต่อสกายวอล์คมาลงที่แพลทตินั่มแฟชั่นมอลล์และข้ามถนนมาก็จะถึงโรงแรม) ความประทับใจแรกเมื่อก้าวเข้ามาในห้องอาหารแห่งนี้คือพื้นที่ขนาดใหญ่และมีเพดานที่สูง บริเวณตรงกลางเป็นเพดานสูงประมาณ 3 ชั้นรวมกัน มีโคมไฟคล้ายสายฝนห้อยยาวเป็นระย้าลงไปถึงชั้นล๊อบบี้ ส่วนบริเวณที่นั่งติดกระจกขนาดใหญ่ด้านหลังร้านก็จะเห็นเป็นวิวของถนนเพชรบุรี โออ่า สวยงาม หรูหรา นั่งทานไป มองไป เพลินๆดี

Friday Seafood Night

โดยวันนี้ทีมงานรีวิวอร่อยจะมาแนะนำ Friday Seafood Night ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีเฉพาะวันคืนวันศุกร์เท่านั้น ไฮไลท์ของบุฟเฟ่ต์มื้อนี้คือขบวนอาหารทะเลที่จัดหนัก จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นปูอลาสก้า หอยนางรมเกาหลี หอยแครง หอยหลอด หอยหอยแมลงภู่ กุ้งแม่น้ำเผา ปูนึ่ง และพระเอกของเราก็ต้องยกให้ Maine Lobster ตัวโต เนื้อหวานฉ่ำ (*ล็อบสเตอร์สามารถสั่งได้ ครึ่งตัว/ท่าน) นอกจากนั้นก็ยังมีสเตชั่นอาหารอื่นๆ อีกเพียบ เดียวผมจะมาไล่รีวิวเป็นสเตชั่นๆ ไปให้ครับ

Friday Seafood Night ราคาอยู่ที่ 1,500++ บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม สามารถทานได้ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น. ทุกคืนวันศุกร์ แนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าที่เบอร์ 02-653-9000 หรือทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ

Maine Lobsters

ความพิเศษของ Friday Seafood Night คือล็อบสเตอร์ที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ครึ่งตัวต่อท่าน มีให้เลือกสั่ง 3 แบบคือต้ม ย่าง และอบชีส โดยทางร้านจะทำออเดอร์ต่อออเดอร์ โดยเมน ล็อบสเตอร์ ตัวจะใหญ่กว่าบอสตัน ล็อบสเตอร์ ซึ่งหมายความว่ามีเนื้อเยอะกว่า และเนื้อหวานฉ่ำ ทานกับซอส 3 แบบคือ  ซอส  XO (ซอสซี้ฟู้ดสไตล์ฮ่องกง เผ็ดนิดๆ แนะนำให้ทานกับแบบต้มหรือย่าง) ซอสไวน์แดง (แนะนำให้ทานกับแบบอบชีส) และซอสเปปเปอร์คอร์น (แนะนำให้ทานกับแบบย่าง)

Amaya Deli Station

สำหรับคออาหารทะเลที่รักการทานกุ้ง หอย ปู ปลา รวมไปถึงซูชิและซาซิมิ ผมขอแนะนำว่า เวลาโทรไปจองโต๊ะให้รีเควสโต๊ะใกล้ๆ สเตชั่นนี้ เพราะจะได้เดินตักได้สะดวก โดยไฮไลท์คือซีฟู้ดออนไอซ์นานาชนิด เช่น ปูอลาสก้า ปูม้า หมึก หอยแมลงภู่ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยแครงลวก หอยหลอด และหอยนางรมเกาหลี ส่วนมุมอาหารญี่ปุ่นก็จะมีซูชิ ปลาแซลมอน ปลาซาบะ หมึก ไข่หวาน และปูอัด

 

 

ในส่วนของน้ำจิ้มและซอสนั้น ผมประทับใจมาก เพราะมีให้เลือกลองหลากหลาย ทั้งสไตล์ไทยและเทศ รวมไปถึงพวกเครื่องเคียงต่างๆ เช่น กระเทียม หอมเจียว และมะนาว

Amaya Market Grill

อีกหนึ่งสเตชั่นโปรดของผมขอยกให้กับมาร์เก็ต กลิลล์ หรือสเตชั่นบาร์บีคิว โดยจะมีเซฟประจำสเตชั่นปิ้งย่างให้ลูกค้าออเดอร์ ต่อ ออเดอร์ เวลาสั่งก็แค่บอกเลขโต๊ะและบอกจำนวนเนื้อที่ต้องการสั่ง จากนั้นพนักงานก็จะทำให้และนำไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ไฮไลท์ของตรงนี้ก็จะแบ่งเนื้อเป็น 2 พวกคือพวกซี้ฟู้ด เช่น กุ้งแม่น้ำ กั้ง หมึก แซลมอน และพวกเนื้อ เช่น เนื้อสันนอกและสันใน ซี่โครงแกะ และเนื้อหมู ใครอยากได้สุกน้อย สุกมาก ก็แจ้งพนักงานตอนสั่งไปได้เลย

ตรงสเตชั่น Market Grill ก็จะมีสลัดบาร์และอาหารสไตล์ตะวันตกผสมอยู่ด้วย 4 -5 อย่าง เช่น roasted pumpkin, corn on the cob, roasted pork neck และ beef stew

Amaya Thai & Chinese Station

โซนนี้จะให้บริการอาหารไทยเป็นหลัก มีกับข้าวอุ่นร้อนที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปแต่ละวัน วันนี้มีปลาผัดพริกเผา หมูผัดขิง ผัดผัก ข้าวผัด ต้มยำกุ้ง ไส้กรอกทอด ข้าวตัง ผัดไทย  และโซนอาหารอีสาน ที่มีเซฟรอตำส้มตำแบบครกต่อครกให้บริการอยู่ด้วย  อีกมุมหนึ่งก็จะมีอาหารจีน พวกขนมจีบ ซาลาเปา ติ่มซำ ข้าวหมูแดง และข้าวหมูกรอบ การตกแต่งของโซนนี้ก็จะมีความเป็นไทยแบบ retro ผสมอยู่หน่อยๆ ด้วยการใช้ภาพโปสเตอร์โปรโมทภาพยนต์ยุคเก่ามาประดับครับ

Amaya Italian Station

อิตาเลี่ยน สเตชั่นก็จะเอาใจชาวต่างชาติ กับพาสต้า สปาเก็ตตี้ซอสนานาชนิด พิซซ่าโฮมเมตที่อบๆ สดจากเตาถาดต่อถาด รวมไปถึงแอนตี้ พาสโตต่างๆ แฮม และซาลามี่

Amaya Indian Station

ตรงตามชื่อครับ สำหรับใครที่ชอบทานอาหารอินเดียที่นี้ก็มีน่ะ! กับหลากหลายแกงรสชาติจัดจ้านสไตล์อินเดีย ทานกับโรตีหรือแป้งนานที่อบสดใหม่จากหลุมอบหลังสเตชั่น รับรองว่ารสชาติออริจินอลโดยเซฟอิมพอร์ตจากอินเดียเลยน่ะ

Amaya Treat Station

ทานจนอิ่มหนําสําราญ ก็อย่าลืมเหลือพื้นที่ในท้องไว้สำหรับของหวานน่ะครับ เพราะที่ Amaya Treat นั้นมีกองทัพขนมหวานนานาชนิดให้เราได้ทานกันอย่างฟิน ไม่ว่าจะเค้ก พาย ทาร์ตสไตล์ต่างๆ ช็อกโกแลตฟองดู ไอศครีมโฮมเมดรสชาติแปลกๆ เช่น งาดำ หรือ ชาโคล ขนมไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ทองหยิบทองหยอด ขนมครก ฝอยทอง ผลไม้สดตามฤดูกาล และไฮไลท์สำคัญคือน้ำแข็งไสที่มีเครื่องให้ตักเยอะมากกกก

Amaya Bar

สเตชั่นสุดท้ายคืออมาญา บาร์ บาร์นั่งดื่มบรรยากาศสบายๆ มีหลายหลายเมนูเครื่องดื่มให้เลือกสั่ง บรรยากาศยามค่ำคืนตรงโซนนี้จะสวยเป็นพิเศษ เพราะมีฉากหลังเป็นวิวของกรุงเทพฯ ยามค่ำคื่น ใครที่อยากจะแค่มาดื่ม (ไม่ทานอาหาร) ก็แวะมาที่ อมาญา บาร์  ได้ครับ


สรุป

  • เป็นห้องอาหารที่สวยงาม แปลกตา และใหญ่มากๆ ชอบคอนเซ็ปของการจำลองบรรยากาศตลาดอาหาร (street markets) มาประยุกต์และปรับเป็นห้องอาหารของโรงแรมได้อย่างลงตัว
  • Friday Seafood Night มีสเตชั่นอาหารให้เลือกทานถึง 6 สเตชั่นหลักๆ ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน อินเดีย อาหารทะเล อิตาเลี่ยน บาร์บีคิว และขนมหวาน แต่รวมเมนูอาหารแล้วบอกได้เลยว่าเยอะมว๊าก ใครชอบอาหารทะเลรับรองว่าไม่ผิดหวังเพราะมีทุกอย่าง กุ้ง ปู หอย ปลา รวมไปถึงล็อบสเตอร์ บอกได้คำเดียวว่า “คุ้ม” ครับ ต้องหาโอกาสกลับมาทานอีกครั้งแน่นอน
  • Friday Seafood Night ราคาอยู่ที่ 1,500++ บาท ไม่รวมเครื่องดื่ม สามารถทานได้ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.30 น. ทุกคืนวันศุกร์ แนะนำให้โทรจองโต๊ะล่วงหน้าที่เบอร์ 02-653-9000 หรือทางเฟสบุ๊คแฟนเพจ

ที่ตั้ง: ห้องอาหาร Amaya Food Gallery  โรงแรม Amari Watergate Bangkok ประตูน้ำ 

โทร: 02-653-9000

เว็บไซต์: https://www.facebook.com/AmayaBangkok

About the author

ReviewAroii

Leave a Comment

Shares