เที่ยวเล่นย่านกรุงเก่าแบบฮิปๆ กับ ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้

Sponsored by

อยากเที่ยวแบบฮิปๆ (ฉบับคนมีสไตล์) แต่มีเวลาน้อยและไม่อยากไปไหนไกล วันนี้เรามีทริปแบบใกล้ๆ รับรองเลยว่าจะเป็นทริปสุดฮิป โพสต์ลงโซเชียวแล้วเธอจะดูเป็นคนคูลขึ้นมาทันใด นั้นก็คือการมาเที่ยวเล่นลั้นล้าย่านเมืองเก่าของกรุงเทพฯ แต่จะเที่ยวให้สุดและไม่เหนื่อยจนเกินไป เราจึงจองโรงแรมนอนมันซะเลยหนึ่งคืนที่ ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้ บอกเลยว่าเป็นโรงแรมย่านถนนข้าวสารที่ทำเลดีมาก นอกจากจะใกล้จุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ (ในระยะเดินได้) ของเกาะรัตนโกสินทร์แล้ว ก็ยังเป็นโรงแรมที่ทันสมัย สะดวกสบาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะ หากพร้อมแล้วมาเช็คอินและออกไปเที่ยวพร้อมๆ กันโลดดด

เช็คอิน ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้

โรงแรมตั้งอยู่ในซอยรามบุตรีของย่านถนนข้าวสาร เรียกได้ว่าเป็นโรงแรม “แบรนด์” เพียงแห่งเดียวในย่านนี้ก็ว่าได้  โดย “ไอบิส สไตล์ (Ibis Styles)” เป็นแบรนด์โรงแรมในเครือ Accor และแตกต่างจาก “ไอบิส (Ibis Hotel)” ปรกติตรงที่ความมีลูกเล่น เน้นการดึงเอาเอกลักษณ์ของย่านนั้นๆ มาผสมผสานกับดีไซน์ภายในโรงแรม สร้างความกลมกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบของย่านนั้น

มุมของเล่นสำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะอยู่บริเวณล็อบบี้

ด้วยทำเลของ ไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าบนถนนข้าวสารและใกล้ตลาดบางลําพู การตกแต่งภายในจึงอบอวลไปด้วยเสน่ห์ความเป็นเมืองเก่า แฝงกลิ่นอายความเป็นไทยแบบสนุกๆ เน้นการเล่นสีสัน ทำให้ไม่เชยหรือน่าเบื่อ สื่อสารออกมาผ่านลวดลายเล็กๆน้อยๆ รูปภาพประดับผนัง รูปปั้น วอลเปเปอร์บนหัวเตียง หรือแม้แต่ภาพพิมพ์บนหมอนอิงลายปืนฉีดน้ำ

ห้องพักของโรงแรมเหมาะสำหรับทุกสไตล์การพักผ่อน ไม่ว่ามาคนเดียว กับเพื่อน หรือครอบครัว มีห้องพักให้เลือก 3 ประเภท คือห้องสแตนดาร์ด (28 ตรม.), ห้องพักทริปเปิ้ล (สำหรับ 3 ท่าน มีเตียง 2 ชั้น และอีก 1 เตียงเดี่ยว) และห้องพักแฟมิลี่ (40 ตรม.) โดยห้องที่เราเข้าพักวันนี้คือห้องสแตนดาร์ด

ห้องสแตนดาร์ด

ห้องพักจะมีขนาดกระทัดรัดที่ 28 ตารางเมตร ตกแต่งเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยสีสันและความสนุก มีทั้งแบบห้องเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ สิ่งอำนวยความสะดวกมาครบ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้โซฟา, โต๊ะทำงาน, ทีวี, จุดเสียบยูเอสบี 2 แห่ง, ที่เสียบปลั๊ก 2 แห่ง, อุปกรณ์ชงชากาแฟ,  ตู้เสื้อผ้า, และตู้เย็นขนาดเล็ก เรียกได้ว่าสามารถพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย

ห้องน้ำจะแบ่งเป็นห้องอาบน้ำแบบฝักบัวและห้องส้วม ด้านหน้ามีเคาร์เตอร์อ่างล้างหน้า พร้อมกับไดร์เป่าผม และชุดโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกับผ้าขนหนูสะอาดที่เปลี่ยนให้ทุกวัน

สระว่ายน้ำ

เป็นสระว่ายน้ำที่มีสีสันจัดจ้านมาก ตั้งอยู่บริเวณชั้นหนึ่งหลังล็อบบี้เป็นสระค่อนข้างใหญ่สำหรับโรงแรมในย่านนี้เลย พื้นกระเบื้องไล่สลับสีสันให้ความรู้สกระปรี้กระเปร่าเห็นแล้วอยากลงไปว่ายทันที มีโซนสำหรับเด็กด้วย รอบๆ สระก็จัดเป็นเก้าอี้นั่งเล่น และที่นอนอาบแดด รวมถึงพูลบาร์

“สตรีทส์” ร้านอาหาร บาร์ และเบเกอรี่

สตรีทส์ คือชื่อร้านอาหารหลักของโรงแรม ซึ่งภายในแบ่งย่อยเป็นสามโซนคือร้านอาหาร บาร์ และร้านเบเกอรี่ ตัวร้านตั้งอยู่เลียบถนนภายในซอยรามบุตรี ดังนั้นแม้จะไม่ใช้ลูกค้าก็สามารถมานั่งทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มได้ ชอบเพราะบรรยากาศไม่เหมือนห้องอาหารโรงแรมสักนิด เหมือนร้านแนวๆ กลมกลืมไปกับร้านรวงรอบๆ

การตกแต่งของสตรีทส์ เน้นสีสันและความสนุกสนาน มีกลิ่นอายความเป็นคาเฟ่กึ่งร้านอาหาร นั่งได้ยาวๆ ไม่กดดัน ที่นั่งมีทั้งแบบโต๊ะ โซฟา โต๊ะสูง พนักงานแต่งชุดสบายๆ ไม่มีพิธีรีตอง

ด้วยการใช้ผนังเป็นกระจกใส ทำให้สามารถนั่งชมวิวความครึกครื้นของย่านข้าวสารได้เป็นอย่างดี มองดูผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา ก็เพลินไปอีกแบบ

อาหารมีทั้งไทยและนานาชาติหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ซี่โครงหมูโคลสลอว์ จานใหญ่ยักษ์เหมาะสำหรับทานกับเพื่อนๆ หรือเมนูรสชาติจัดจ้านเอาใจคนไทยอย่าง ลาบแซลม่อน หรือ พิซซ่าหน้าต้มยำ ส่วนเมนูเครื่องดื่มนั้นจัดหนัก มิกซ์ให้แก้วต่อแก้วจากบาร์บริเวณกลางร้าน และสำหรับลูกค้านอกก็สามารถจอดรถที่โรงแรมได้ฟรี 5 ชั่วโมง เมื่อทานอาหารที่สตรีทส์มูลค่า 300 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ  

ชีสบอลทอด เสิร์ฟมาบนถาดแนวยาว (แว๊บแรกที่เห็นคือย๊าว ยาว ทานได้ทั้งบ้าน) ชีสบอลทอด … กรอบนอกนุ่มใน ด้านในเป็นไส้ชีสเยิ้มๆ ไหลออกมาอุ่นๆ มีซัลซ่าเปรี้ยวๆ มาให้ทานช่วยตัดรส

ซี่โครงหมู ใช้ส่วน baby-back rib  เป็นซี่โครงส่วนที่เชื่อมต่อกับกระดูดคอ เนื้อนุ่ม ย่างแล้วหอม แถมมีกระดูดอ่อนติดมาให้เครี้ยวกรุบกริบด้วย ราดด้วยซอส Bourbon Honey สูตรเฉพาะ เนื้อนุ่ม หอม อร่อย ด้านล่างรองด้วยเฟรนช์ฟราย ทานกับโคลสลอว์ผักกาดม่วง

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า เมนูง่ายๆ ที่อร่อยเกินคาด ซอสคาโบนาร่าหอมและครีมมี่ เสิร์ฟพร้อมโพชเอ้กเพิ่มความละมุน

พิซซ่าต้มยำทะเล ถาดใหญ่โตมโหฬาร แป้งบางกรอบ ท็อปปิ้งด้วยซี้ฟู้ด ราดซอสสไปซี่ต้มยำ รสชาติไม่ได้เผ็ดจัดจ้านจนเกินไป ทานได้ทุกคน

ลาบแซลมอน สำหรับคนอยากทานเมนูแซ่บๆ เป็นแซลมอนทอดเนื้อกรอบนุ่ม คลุกเคล้ากับเครื่องยำสมุนไพรไทย กลิ่มหอม รสชาติจัดจ้าน

ตบท้ายด้วยทาร์ตมะนาวเมอแรงค์ เปรี้ยวหวานสดชื่น

ไอศครีมโฮมเมดหวานเย็นสดชื่น

ข้าวสารช่วงค่ำคงไม่ต้องบรรยายว่าบรรยากาศครึกครักแค่ไหน

เที่ยวเล่นย่านกรุงเก่า

อย่างที่เกริ่นไปว่าโรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ ข้าวสาร เวียงใต้ นั้นทำเลดีมากและค่อนข้างจะอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า ล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ซึ่งทุกที่รอบๆ สามารถเดินไปได้ ไม่ต้องนั่งรถ ทำให้สามารถดื่มด่ำบรรยากาศสองข้างทางได้อย่างเต็มอิ่ม วันนี้เราทำแผ่นที่เส้นทางการเดินชมเมืองเก่ามาให้แล้วด้านล่าง ใครขี้เกียจแพลน ก็เดินตามมาได้เลย!

เราเดินออกมาจากโรงแรมแล้วเลี้ยวขวา เดินไปจนสุดซอยรามบุตรี ก็จะพบกับวงเวียงเล็กๆ ซึ่งจะมีมุมแช๊ะรูปสวยของแนวบ้านเก่าที่ตอนนี้ถูกทาสีใหม่สดใสขึ้น จากนั้นเดินไปอีกนิดก็ถึงจุดแวะแรกก็คือวัดบวรนิเวศวิหาร

วัดบวรนิเวศวิหาร 

วัดบวรนิเวศ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และ 9 ตัววัดมีสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมจีน และยังมีอาคารสถาปัตยกรรมแบบยุโรปสวยแปลกตาให้ชมด้วย

พระพุทธชินสีห์

พระพุทธชินสีห์

พระตำหนักปั้นหย่า

พระตำหนักปั้นหย่า

โลหะปราสาท

เราเดินออกจากวัดมาทางถนนพระสุเมรุแล้วเดินตรงมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จากนั้นก็ข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม ก็จะเห็นโลหะปราสาทสีทองเด่นอร่ามอยู่ภายวัดราชนัดดารามวรวิหาร หากถ่ายรูปจากลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทรก็จะมีลานดอกไม้สีสันสดใสให้แช๊ะภาพด้วย

นับว่านี้คือครั้งแรกของเราที่ได้เห็นโลหะปราสาทแบบใกล้ชิด เพราะปรกติแค่นั่งรถผ่าน บอกเลยว่าสวยงามสะกดตามาก โดยนี้คือโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และยังเป็นองค์ที่ 3 ของโลก สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

เดินออกจากวัดแล้วเดินข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนบริพัตรก็จะเห็นภูเขาทองอยู่ไกลๆ … นั้นแหละจุดแวะต่อไปของเรา

สระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง)

เสาชิงช้า

เราเดินออกมาจากภูเขาทองเข้ากลับยังถนนบริบัตรเส้นเดิม แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอถนนบำรุงเมืองให้เลี้ยวขวา (หัวมุมทางเลี้ยวจะเป็นบ้านบาตร) ก็จะก็เห็นเสาชิงช้าอยู่ลิบๆ จากมุมนี้บอกเลยว่าสวยมาก (ให้อารมณ์เหมือนถนนที่นำไปสู่ประตูชัยฝรั่งเศส) หากไม่มีสายไฟฟ้ารุงรังก็น่าจะสวยกว่านี้ 10 เท่า

เดินตรงมาอีกนิดก็จะเจอเสาชิงช้า แวะแช๊ะภาพ 2 – 3 รูปแล้วมองไปซ้ายก็จะพบกับวัดสุทัศนเทพวราราม

วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และวัดประจำราชการที่ 8

เช็งซิมอี๊

เดินออกจากวัดสุทัศน์แล้วข้ามไปยังถนนดินสอ เดินบนฟุตบาทไปนิดหนึ่งก็จะพบกับร้านน้ำแข็งไสร้านดัง เช็งซิมอี๊ เป็นร้านธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา…  เพราะน้ำแข็งไสกินแล้วฟินมาก เย็นชื่นใจ เดินมาร้อนๆ หายเหนื่อยเลย และราคาก็ไม่แพงด้วย

เดินออกมาจากร้านแล้วให้เดินตรงไปเรื่อยๆ จนเจอถนนมหรรณพแล้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าไป ภายในซอยมีร้านของกินน่าลองหลายร้านเลย

เมื่อเดินมาสุดซอยก็จะพบกับ …

ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร

เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ประดิษฐานรูปเอี่ยนเถี้ยนส่งเต้, รูปเจ้าพ่อเสือ, รูปเจ้าพ่อกวนอู และรูปเจ้าแม่ทับทิม แวะเข้ามาซื้อธูปเทียนแล้วไหว้สักการะขอพรกันสักหน่อย

เราออกจากศาลเจ้าพ่อเสือเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นถนนตะนาวไปเรื่อยๆ จนเจอซอยดำเนินกลาง แล้วให้เลี้ยวขวาเข้าไปในซอย จากนั้นมองหาบ้านวรรณโกวิท ซึ่งจะเป็นจุดแวะพักเติมพลังของเรา จุดสังเกตง่ายๆ คือร้านจะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นบ้านเก่าที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างหน้า

บ้านวรรณโกวิท

เป็นบ้านไม้เก่าแก่อายุรวมกว่าหนึ่งร้อยปี บรรยากาศคลาสสิคมาก เมนูดังคือข้าวแช่ รสชาติอร่อยมาตรฐาน มีเครื่องเคียงครบ หอมเย็นชื่นใจ เมนูอาหารไทยโบราณอื่นๆ ก็น่าทานไม่แพ้กัน (ต้องกลับไปลองแน่นอน) และที่สำคัญราคาไม่แพง

ทานอิ่มแล้ว เราเดินออกมาที่ถนนใหญ่ มองหาหอสมุดเมืองกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วให้ข้ามถนนไปที่ถนนตะนาวซึ่งอยู่ข้างๆ หอสมุด และเดินไปเรื่อยๆ เราจะพบกันแนวตึกบ้านเก่าที่เราผ่านตอนแรก เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเราบริเวณวงเวียน แล้วเดินตรงไปยังถนนพระเมรุ แล้วเดินตรงไปอีกนิด ก็จะพบกับพิพิธบางลำพูอยู่ฝั่งขวามือ

พิพิธบางลำพู

พิพิธบางลำพูจะอยู่ใกล้ๆ กับป้อมพระสุเมรุ ตึกเดิมคืออาคารโรงพิมพ์คุรุสภา ปรับปรุงขึ้นเพื่อพัฒนาชุมชนบางลำพูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงการศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนบางลำพู เปิดให้เข้าชมทุกวัน (หยุดเฉพาะวันจันทร์) เวลา 10.00 – 18.00 น.

ภายในจะมีนิทรรศการกรมธนารักษ์ นิทรรศการชุมชนบางลำพู และห้องสมุดชุมชนบางลำพู

ที่ชอบมากก็เป็นส่วนของนิทรรศการรูปภาพเก่าของสถานทีสำคัญๆบนเกาะรัตนโกสินทร์ที่ถูกนำมาเปลี่ยนเทียบกับรูปภาพในสภาพปัจุบัน

ป้อมพระสุเมรุ

ใกล้ๆ กันก็จะเป็นป้อมพระสุเมรุ สำหรับมานั่งแวะพักชมวิวแม่น้ำให้หายเหนื่อย และเป็นจุดแวะสุดท้ายก่อนเดินกลับโรงแรม

จบแล้วครับทริปสั้นๆ เสาร์ – อาทิตย์ แต่เที่ยวได้รอบกรุงเก่าเลยก็ว่าได้! น่ามาต้องรอยใช่มั้ยล่ะ? มาเลยรับรองสนุก!

โรงแรมไอบิส กรุงเทพ

เว็บไซต์โรงแรมไอบิส กรุงเทพ
เฟสบุ๊คโรงแรมไอบิส กรุงเทพ
เฟสบุ๊คร้านอาหาร Streats 
โทร +66 2 280 5434
แผนที่ https://goo.gl/maps/BECW8AE9RnhTDtuJA

Please follow and like us:
error
Share

Leave a Reply

Shares