Jamie’s Italian Bangkok ร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์โฮมเมดชื่อดัง @ Siam Discovery

รสชาติ
บรรยากาศ
การบริการ
แนะนำ

หนึ่งในร้านอาหารอิตาเลี่ยนที่มีชื่อเสียงระดับโลก หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อร้าน Jamie’s Italian รวมอยู่ด้วย กับร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์โฮมเมดของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังชาวอังกฤษ “เจมี โอลิเวอร์” และหุ้นส่วน “เจนนาโร คอนทาลโด” เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2008 ที่เมืองอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ​ และได้ขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มีสาขามากถึง 42 แห่ง ในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งออสเตรเลีย ดูไบ บราซิล และสิงคโปร์ และตอนนี้ก็ถึงคราวโชคดีของชาวไทยที่อยากลิ้มรสอาหารของร้านชื่อดังร้านนี้ เพราะตอนนี้เจมี่ อิตาเลี่ยนได้เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ​แล้ว โดยมาเปิดสาขาแรกในไทยที่ชั้น G ห้างสยามดิสคัฟเวอรี่

ร้านเจมี่ อิตาเลี่ยนในห้างสยามดิสคัฟเวอรี่นั้นมีพื้นที่กว้างขว้าง ไม่แออัด แบ่งเป็น 2 โซน คือโซนติดกระจกเห็นวิวถนนหน้าห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ โซนนี้แสงจะเยอะ ได้กลิ่นอายคาเฟ่ผสมร้านอาหาร โซนที่สองเป็นโซนจะหันหน้าออกไปภายในห้าง โซนนี้มีพื้นที่ครัวเปิดโล่ง ที่ลูกค้าสามารถมองเห็นกรรมวิธีการผลิตเส้นพาสต้า รวมถึงการเตรียมอาหารแบบสดๆ ระหว่างรับประทานอาหารได้ โดยในร้านยังมีโซนบาร์ให้ที่บริการชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นๆ ใครอยากจะหากาแฟร้อนๆ สักแก้วดื่มในช่วงบ่าย ก็สามารถมาใช้บาร์ของทางร้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องสั่งอาหาร

การตกแต่งภายในร้านเน้นการใช้ไม้ผสมเหล็กเป็นวัสดุหลัก ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ เค้าเตอร์บาร์ ทุกอย่างทำจากไม้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความเรียบง่าย คล่อนคลาย และไม่รู้สึกว่าเข้ามาแล้วต้องมีพิธีรีตองในการรับประทาน

เมนูของทางร้านเน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์โฮมเมตที่ปรุงสดใหม่จานต่อจาน ไม่มีการทำล่วงหน้าหรือทำค้างไว้ ที่สำคัญทางร้านพยายามเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เช่นเนื้อไก่และเนื้อหมูที่ร้านรับมาจากฟาร์มแบบเปิดภายในประเทศ เมนูหลักๆ จะเป็นเมนูตั้งเดิมของร้าน Jamie’s Italian แต่จะมีบางเมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่หรือปรับเปลี่ยนเพื่อให้รสชาติเป็นที่ถูกปากถูกใจคนไทยมากขึ้น  โดยวันนี้ทีมงานรีวิวอร่อยมี 5 เมนูอร่อยของร้าน มาแนะนำทุกคนครับ

ULTIMATE PLANK

เริ่มต้นที่เมนูเรียกน้ำย่อยที่ถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของเจมี่ อิตาเลี่ยน นั้นก็คือ อัลทิเมท แพลงค์ (ราคา 1,580 บาท) อย่าเพิ่งตกใจราคาไปก่อนครับ ให้ดูรูปประกอบนิดหนึ่งก่อน ว่ามันใหญ่ยักษ์ขนาดไหน โดยเมนูนี้ไม่จำกัดจำนวนผู้ท่าน หากมากันเยอะๆ แนะนำให้ลองสั่ง เพราะทานสนุก แถมมีอาหารหลายอย่างให้เลือกลอง ที่สำคัญเสิร์ฟมาอย่างเก๋ไก๋บนถาดไม้แนวยาว รองให้สูงด้วยกระป๋องซอสมะเขือเทศ (เอาไว้รองเฉยๆ ไม่ได้ให้ทาน ฮ่าๆ) บนถาดมีหลายอย่างมากครับ ถ่ายรูปไป น้ำลายก็สอไป … เรามาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

เริ่มจากซ้ายมือสุด จะมี … ปาร์ม่าแฮม และ มอร์ตาเดลลา และเนื้อเคียวมีทคือ เบรสโซล่า (สีแดงเข้มเป็นเนื้อวากิว เกรด 3)  เฟนเนล ซาลามี่ (เนื้อหมูที่มีเม็ดพริกไทยเล็กๆ โรยอยู่บน เนื้อจะมีไขมันสีขาวๆ แทรกอยู่ มีรสเผ็ดของพริกไทยนิดๆ) และชอริสโซ่ (เนื้อหมู รสเผ็ดอ่อนๆ) โรยข้างบนด้วยพริกดอง และมะกอกดอง แถมด้วยปาร์เต้ตับไก่อีก 2 ชิ้น  ปรกติผมไม่ค่อยชอบทานเนื้อพวกนี้เท่าไหร่ แต่วันนี้ทุกอย่างมันนัวอร่อย ทุกส่วนประกอบเมื่อทานด้วยกันรสชาติผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว ทานเพลินมากครับ

อิตาเลี่ยนนาโซ่ – แป้งทอดสอดไส้ชีส 3 ชนิด ทานกับซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อย ทานเพลินดีครับ

เรนโบว์สลอว์ – บีทรูท แครอท โอลีฟออย เลมอน รสชาติเปรี้ยวๆ เหมาะสำหรับทานตัดรส ล้างปาก

ผักย่างราดด้วยโอลีฟออยและบัลซามิก เหมาะสำหรับทานตัดรสเช่นกัน

ปิดท้ายด้วย แคบหมู ทางร้านบอกว่าไม่ได้ใส่มาเพื่อเอาใจคนไทยแต่อย่างใด เพราะที่ต่างประเทศก็ใส่แคบหมูมาในเมนูนี้เช่นกัน (หน้าตาและกรรมวิธีการผลิตอาจจะต่างกันนิดหน่อย)

Mini Bruschetta Selection

ส่วนใครที่มากันแค่สองท่าน หากสั่ง Ultimate Plank ไปก็กลัวจะทานไม่หมด แนะนำลองเป็นแอพพิไทเซอร์ที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อย เช่นตัวนี้ครับ มินิ บรูสเก็ตต้า ซีเล็คชั่น (ราคา 280 บาท) มันก็คือขนมปังฝรั่งเศสอบแผ่นบางกรอบ ท๊อปปิ้งด้วยเนื้อหรือผัก ชีส และน้ำมันมะกอก  โดยเซ็ทนี้จะมี 4 ชิ้น 4 หน้า คือ มะเขือเทศ, เนื้อปู อะโวคาโค, ซิลกี้ปาร์เต้ และผัก

Pork Chop

ความพิเศษของเมนูเนื้อย่างที่ เจมี่ อิตาเลี่ยน อยู่ที่การ “ย่าง” ครับ โดยทางร้านใช้เทคนิคการย่างที่เรียกว่า Al Mattone คือการนำอิฐก้อนใหญ่ๆ หนักๆ วางทับลงบนเนื้อบนเตาย่าง เพื่อให้ความหอมของการย่างติดอยู่ที่หนังของเนื้อนั้นๆ และยังทำให้เนื้อข้างในสุกทั่วถึง อีกหนึ่งความพิเศษคือการนำเอาน้ำซอสหมักเนื้อที่ไหลออกจากเนื้อระหว่างการย่าง มาราดตัวเนื้ออีกครั้งหลังจากย่างเสร็จ วิธีนี้จะทำน้ำซอสมีรสชาติเข้มข้นขึ้น

พ็อคช็อป (ราคา 690 บาท) เนื้อหมูชิ้นหนาใหญ่ นุ่มกำลังดี หอมซอสและเครื่องเทศ ทานกับซอสสีเขียวๆ ที่เรียกว่า bagna càuda ซึ่งทำมาจากผักใบเขียวบด ผสมเกลือและพริกไทย มีเครื่องเคียงเป็นแอปเปิ้ลสดซอยบีบมะนาวลงไป และแคบหมูชิ้นโตกรุบกรอบ

Meatball Pappardelle

ส่วนความพิเศษของเมนูพาสต้าของ เจมี อิตาเลี่ยน คือเส้นพาสต้าโฮมเมตที่ทำสดใหม่ภายในร้านวันต่อวัน โดยเมนูนี้ทางร้านใช้เส้นพัพพาร์เดลล์ (ปรกติจะเคยเห็นแบบเส้นแบนๆ แต่ของที่นี้มีลักษณะแบนและเป็นหยักๆ) ผัดคู่กับมีทบอลเนื้อหมูก้อนแน่นๆ กับซอสมะเขือเทศเข้มข้น หอมกลิ่นสมุนไพร รสชาติเข้มข้นมีความเผ็ดนิดๆ น่าจะถูกปากคนไทยได้ไม่ยาก เพราะรสชาติเข้มข้น ไม่เลี่ยนชีสหรือซอสครีม คำแนะนำคือต้องรีบทานทันที เพราะหากทิ้งไว้นานเส้นพาสต้าจะดูดน้ำซอสเข้าไป  โดยเมนู มีทบอล พัพพาร์เดลล์ จานนี้ราคาอยู่ที่ 380 บาท ทาน 2-3 คนสบายๆ

Crane Pizza

คาร์เน่ พิซซ่า (ราคาถาดละ 380 บาท) เหมาะสำหรับทานด้วยกัน  3-4 คน มีทั้งหมด 6 ชิ้นใหญ่ๆ แป้งพิซช่าหน้านุ่มแต่งหน้าด้วยซอสมะเขือเทศเข้มข้น เปปเปอโรนี แพนเซต้าสโมคกี้ ซาลามี่เผ็ด และมอสซาเรล่าชีส โรยด้วยออริกาโน รสชาติจะถูกปากคนไทยเป็นพิเศษ เพราะซอสรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ทานแล้วไม่เลี่ยน

Amalfi Lemon Meringue Cheesecake

ปิดท้ายด้วยของหวานชิ้นโต Amalfi Lemon Meringue Cheesecake (ราคา 260 บาท) เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ของหวานรสเปรี้ยวๆ เอาไว้ล้างปากล้างรสห ลังจากทานจานหลักไปอย่างหนักหน่วง  โดยตัวนี้จะเป็นเลมอนชีสเค้ก โรยด้วยอิตาเลียนครีมชีส เมอร์แรง ทานกับมะนาวอบแห้งและแบล็คเคอเร้น รสชาติจะเปรี้ยวๆ หวานๆ ค่อนข้างสดชื่นครับ

Jamie’s Mojito

ในส่วนของเครื่องดื่มผมลองสั่งแก้วนี้ Jamie’s Mojito (ราคา 300 บาท) มันจะสดชื่นหน่อยๆ และแตกต่างด้วยการผสมโพรเซ็กโก้เข้าไปด้วย เหมาะสำหรับสั่งมาดื่มดับร้อน เรียกความสดชื่น หลังจากเดินทางมาร้านเหนื่อยๆ

Mango Madness

เครื่องดื่มหน้าตาสวยงาม สีสันสดใส รสชาติหอมหวานชื่นใจ Mango Madness  (ราคา 140 บาท)  น้ำมะม่วงผสมน้ำฝรั่ง เอลเดอร์ ฟลาเวอร์ และเลมอน

 

Thai Lemon Tea (Hot)

ปรกติใครที่ชอบดื่มชาร้อนหลังมื้ออาหาร แทนที่จะเป็นชาผมแนะนำ ชามะนาวร้อน (ราคา 90 บาท) แก้วนี้ครับ เป็นเมนูที่แปลกดีเพราะปรกติเราจะดื่มกันแต่ชามะนาวเย็นๆ อันนี้เป็นชามะนาวร้อน  เปรี้ยว หวาน หอมมะนาวและน้ำผึ้ง ดื่มแล้วชุ่มคอและสดชื่น

สรุป

  • เจมี่ อิตาเลี่ยน สำหรับผมคืออีกหนึ่งร้านอาหารอิตาเลี่ยนคุณภาพในราคาที่เหมาะสม คุณภาพครบเครื่อง ทั้งในเรื่องของการเลือกใช้วัตถุดิบ กรรมวิธีการปรุงอาหาร ความสดใหม่ และรสชาติ หากคุณลองมาทานสักครั้ง คุณจะรับรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านอาหาร ว่าอาหารที่นี้นั้นมีคุณภาพจริงๆ ไม่ได้ทำแบบลวกๆ แต่ทางร้านตั้งใจให้ทุกจาน ในทุกๆ ขั้นตอน
  • อาหารที่นี้คงไว้ด้วยรสชาติความเป็นอาหารอิตาเลี่ยนแท้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเมนูใหม่ๆ ที่มีการเพิ่มเติมสีสันและรสชาติให้ถูกปากถูกใจคนไทยมากขึ้น
  • แม้ราคาอาจจะดูแรงไปนิด แต่ปริมาณอาหารของแต่ละจานนั้นเยอะเอาเรื่อง จานหนึ่งจานได้อย่างน้อย 2 –  3 คนครับ เมื่อหารกันแล้วก็คือว่าราคาเป็นมิตร แถมอัดแน่นด้วยความอร่อย!

ที่ตั้ง : สยามดิสคัฟเวอรี่เลขที่ 989, ห้อง G06 ชั้น G ถนนพระราม 1 ปทุมวันกรุงเทพฯ 10330

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 12 noon–10:00pm

เบอร์โทร : 022 555 222

เว็บไซต์ : www.jamiesitalian.co.th

เฟสบุ๊ค :  https://www.facebook.com/jamiesitalianbkk

Share

Leave a Reply

Shares