ท่องหล่อ-เอกมัย ร้านแนะนำ อาหารไทย

ชิมอาหารภูเก็ตรสชาติต้นตำรับที่ ร้าน “ตำรับภูเก็จ” @ EIGHT ทองหล่อ

รสชาติ
บรรยากาศ
การบริการ
แนะนำ

ข่าวดีสำหรับใครที่ชอบทานอาหารปักษ์ใต้ครับ! เพราะวันนี้เรามีรีวิวร้านอาหารภูเก็ตที่ครบเครื่องเรื่องความอร่อย ทุกเมนูอัดแน่นด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และที่ชอบที่สุดคือราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าตังค์มาฝาก ร้านที่่ว่าคือ “ตำรับภูเก็จ” ร้านอาหารภูเก็ตรสชาติต้นตำรับ ตั้งอยู่ที่ Eight ทองหล่อ (ชั้น LG)

ร้านตำรับภูเก็จ มีสาขาแรกอยู่ที่แถวถนนบางใหญ่ จ.ภูเก็ต ต่อมาได้ขยายสาขามาเปิดที่กรุงเทพฯ โดยตอนนี้ในกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 สาขา คือที่ สาขาโรบินสันศรีสมาน สาขาทองหล่อ และสาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ คอนเซ็ปต์ของร้านคือการนำเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม มาผสมผสานกับอาหารท้องถิ่น ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงาม มีกลิ่นอายของบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสซึ่งถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตแฝงอยู่อย่างลงตัว

ความแตกต่างระหว่างอาหารภูเก็ตกับอาหารใต้แท้ๆ คือ อาหารภูเก็ตบ้างเมนูจะมีองค์ประกอบของอาหารจีนผสมอยู่ด้วย เนื่องจากเกาะภูเก็ตแต่เดิมนั้นมีชาวจีนอาศัยอยู่เยอะ โดยร้านตำรับภูเก็จ มีเมนูให้เลือกทานเยอะมากๆ ทั้งเมนูอาหารปักษ์ใต้แท้ๆ และเมนูอาหารภูเก็ต และขอบอกว่ารสชาติแต่ละเมนูนั้นก็ออริจินอลมาก มีรสชาติจัดจ้านเฉพาะตัว คนใต้ที่คิดถึงใต้ มาที่นี้ไม่ผิดหวัง ส่วนชาวกรุงฯ ที่ไม่ถนัดอาหารรสจัด ทางร้านก็สามารถลดระดับลงมาได้ตามรีเควสครับ

เริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเครื่องดื่มเย็นๆ แสนชื่นใจกับ น้ำมะม่วงเบาปั่น และ น้ำอัญชันมะนาว (ราคาแก้วละ 69 บาท) ผมถูกใจน้ำมะม่วงเบาปั่นเป็นพิเศษครับ อร่อยชื่นใจจนต้องสั่ง 2 แก้ว มะม่วงเบา เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ปลูกอยู่ทางภาคใต้ มีเยอะที่จังหวัดสงขลา นิยมนำมาไปแช่อิ่มซึ่งเนื้อจะกรอบมาก มีรสเปรี้ยวอมหวานและเค็มหน่อยๆ พอเอามาทำเป็นเครื่องดื่มรสชาติออกมานั้นลงตัว รีเฟรชชิ่ง 10 10 10 ไปเลย แนะนำให้มาลองครับ (ใครจะมาสั่งแค่น้ำก็ได้น่ะ ผมเห็นมีลูกค้าหลายท่านเลยมาสั่งแค่น้ำ take away)

เริ่มจานแรกเบาๆ กับ ผัดไข่ใบเหลียง (ราคา 159 บาท) ผักเหลียงเป็นผักของท้องถิ่นภาคใต้ ใบจะออกรสมันและหวานนิดๆ ทางร้านจะเลือกใช้แต่ยอดที่ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป เมื่อนำมาผัดจะมีความกรอบและเหนียวกำลังดี ทานเพลินเหมือนทานขนมเลยครับ

ผัดหมี่ปู (ราคา 189 บาท) เมนูทานง่ายๆ หน้าตาสวยงามสะดุดตา มีความคล้ายกับผัดไทที่เราคุ้นเคย แต่จะใช้เป็นเส้นหมี่แทน ผัดกับน้ำกะทินิดหน่อยรสชาติจะหวานๆ มันๆ เผ็ดนิดๆ แต่ไม่จัดจ้านนะ ทุกคนทานได้  ใส่เนื้อปูก้อนมาให้อย่างเยอะ

อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้เมื่อมาร้านอาหารภูเก็ต คือเมนู แกงปูใบชะพู (299 บาท) โดดเด่นด้วยกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของใบชะพู ทางร้านเลือกใช้แต่เนื้อปูก้อนสดและเครื่องแกงสูตรต้นตำรับ รับประกันความเข้มข้น จัดจ้าน สไตล์ภูเก็ตแท้ รสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อนกลางๆ และเค็มนิดๆ เมื่อทานกับข้าวสวยแล้วอร่อยลงตัว หรือจะราดลงบนเส้นหมี่ก็อร่อยไปอีกแบบครับ

หมูเกาหยุดน้ำผึ้ง มะม่วงเบา (ราคา 139 บาท) อีกหนึ่งเมนูหาทานยา ออริจินอลจากภูเก็ต เกาหยุดคือหมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ หมักด้วยซีอิ้วดำก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันเดือดๆ ราดด้วยซอสเกาหยุด (ทำจากสมุนไพรไทยและจีน) เนื้อหมูจะนิ่มๆ ยุ่ยๆ ออกเค็มๆ หวานมัน หากทานเปล่านี้ๆ บอกเลยว่าเลี่ยน! แค่ทางร้านเลือกเสิร์ฟพร้อมกับมะม่วงเบาแช่อิ่ม ที่ช่วยดับเลี่ยนได้เป็นอย่างดี เพราะมีความเปรี้ยวและหวาน วิธีทานของผมก็เอาน้ำมะม่วงเบามาราดลงบนหมูนิดๆ แล้วทาน อร่อยสุดยอดครับ

ใครชอบทานทอดมัน ขอแนะนำเมนู ทอดมันปลาปักษ์ใต้ ( ราคา 149 บาท) เป็นทอดมันที่ทางร้านทำเอง ใช้เนื้อปลากรายผสมเนื้อปลาอินทรีย์ แป้งนิดเดียว ดังนั้นเนื้อของทอดมันจึงแน่น กัดแล้วเต็มปากเต็มคำ หอมเนื้อปลากรายแซมด้วยรสเค็มนิดๆ ของปลาอินทรีย์  (ไม่คาวเลยสักนิด) ทานกับน้ำจิ้มรสหวาน เข้ากันเป็นอย่างดี

ผัดเผ็ดเนื้อปลา (ราคา 179 บาท) เป็นเนื้อปลากะพงทอดผัดเผ็ดรสชาติจัดจ้านมากครับ เครื่องแกงใส่จัดเต็มใครที่ชอบความเผ็ดร้อนสไตล์อาหารปักต์ใต้แท้น่าจะชอบ

ผัดท้ายด้วยเมนูอาหารสุขภาพของ น้ำพริกภูเก็ต (ราคา 169 บาท) ชาวภูเก็ตจะเรียกว่าน้ำพริกหยำหรือน้ำพริกกุ้งสด เป็นอาหารประจำบ้านของคนที่นั้นก็ว่าได้ ลักษณะเป็นเหมือนน้ำพริกกะปิของภาคกลางแต่ใส่กุ้งสดลงไปด้วย รสจะออก เปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมกำลังดี ช่วยทำให้ทานผักสดได้ง่ายขึ้นด้วย (สำหรับคนที่ไม่ค่อยทานผัก)

เมนูของหวานแนะนำของร้านคือ โอ้วเอ๋ว (ราคา 79 บาท) อาหารท้องถิ่นของภูเก็ต มันก็จะเป็นวุ้นใสๆ ทำมาจากเมือกของกล้วยน้ำว้า นำมาใส่น้ำเชื่อมและน้ำแข็งใส  ทานกับถั่วแดง และเฉาก๊วย ช่วยดับกระหาย เพื่มความสดชื่น และดับรสคาวของอาหารที่เพิ่งทานไปได้ทีเดียว

ไอศครีมกะทิภูเก็ต (1 ลูก ราคา 99 บาท) เนื้อไอศครีมเนียนนุ่มละมุน หอมกรุนกลิ่นทะลิ ใส่ขนุนเพื่อเพิ่มความหอมและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบ ทานกับข้าวโพด ลูกจาก มันและถั่วลิสง

ปิดท้ายด้วย มะม่วงกับเกลือเคย มะม่วงเปรี้ยวๆ ทานกับน้ำจิ้มฉบับคนใต้โดยการนำกะปิเคยมาผสมกับพริกเกลือ รสจะเผ็ดเค็มๆ ทานกับมะม่วงเปรี้ยวๆ แซ่บสะใจครับ


ที่ตั้ง : The Eight ทองหล่อชั้น LG

เวลาเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

เบอร์โทร : 02-501-5924

เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/Tumrhapphuket/

About the author

ReviewAroii

Leave a Comment

Shares